วิศวกร Microsoft ปะทะ CEO AI กลางเวที ฉะใช้เทคโนโลยีหนุนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
งานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ Microsoft ต้องหยุดชะงักชั่วคราว หลัง Ibtihal Aboussad วิศวกรซอฟต์แวร์ในทีม AI Platform บุกขึ้นเวทีกลางคำปราศรัยของ Mustafa Suleyman ซีอีโอฝ่าย AI ของบริษัท พร้อมตะโกนประณามว่าเขาเป็น “war profiteer” หรือ “ผู้แสวงหากำไรจากสงคราม” และกล่าวหาว่า Microsoft มีส่วนร่วมใน “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวปาเลสไตน์
หลังถูกเชิญออกจากงาน Aboussad ได้ส่งอีเมลไปยังลิสต์ภายในของ Microsoft ที่มีพนักงานหลายร้อยถึงหลายพันคน ระบุว่าเหตุผลที่เธอต้องออกมาประท้วงอย่างเปิดเผย เพราะเธอไม่สามารถทนเห็นองค์กรที่เธอทำงานอยู่มีส่วนในการสนับสนุนความรุนแรงในปาเลสไตน์ได้อีกต่อไป
เธอระบุว่าตลอด 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ชุมชนอาหรับ ปาเลสไตน์ และมุสลิมภายใน Microsoft ถูกปิดปาก คุกคาม และแม้กระทั่งมีพนักงานสองคนถูกไล่ออกเพียงเพราะจัดงานรำลึกเหตุการณ์ความรุนแรง
Aboussad เปิดเผยว่า Microsoft มี สัญญามูลค่า 133 ล้านดอลลาร์กับกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล และว่าระบบ AI ของ Microsoft และ OpenAI ถูกใช้ในระดับสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 200 เท่า หลังเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม Microsoft Azure ที่ใช้เก็บข้อมูลการสอดแนม การถอดเสียง การแปลข้อความ ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่การคัดเป้าหมายที่แม่นยำมากขึ้น
อีเมลยังกล่าวหาว่า Microsoft สนับสนุน “โครงการลับ” สำหรับกองทัพอิสราเอล รวมถึงการจัดการ “target bank” หรือคลังเป้าหมายโจมตี และระบบทะเบียนประชากรปาเลสไตน์ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการคลาวด์และที่ปรึกษาแก่รัฐบาลอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้มหาศาล พร้อมตั้งคำถามต่อจริยธรรมของคนในองค์กรว่า “นี่คือสิ่งที่คุณอยากเล่าให้ลูกหลานฟังในอนาคตจริงหรือ?”
Aboussad ยืนยันว่าเธอไม่สมัครใจร่วมพัฒนาเทคโนโลยีที่นำไปสู่การสังหารหมู่ และชักชวนเพื่อนร่วมงานใน Microsoft ให้ร่วมลงชื่อในแคมเปญ “No Azure for Apartheid” พร้อมรณรงค์ให้บริษัทตัดสัมพันธ์กับกองทัพอิสราเอลทันที
เธอทิ้งท้ายว่า “Microsoft Cloud และ AI ไม่ควรกลายเป็นระเบิดและกระสุนของศตวรรษที่ 21” และเรียกร้องให้ทุกคนลุกขึ้นมาพูดเพื่อหยุดยั้งการมีส่วนร่วมกับความรุนแรง
แหล่งที่มา: The Verge